ณ จุดๆนี้ มาว่ากันด้วยเรื่อง "กิ๊ก"
 
คนอื่นมีกิ๊กเราไม่พอใจ
(ไม่ใช่จะทำไมหรอกน๊าาา
คือ ไม่อยากให้ใครๆหลายใจน่ะ
มันดูไม่ดี มีแต่จะเสียใจกันทั้งนั้น!!)
 
นั่นสิ !! มันก็เลยไม่เข้าใครออกใคร
จนวันหนึ่ง ใครจะรู้ว่า...
คำว่า "กิ๊ก" จะต้องมาเจอจังๆเข้ากับเรา
 
เอ่อ...นี่ชั้นไปทำบาปทำกรรมไว้เมื่อชาติปางไหนรึไงนะ
หรือใครสาปส่งชั้น
หรือฟ้าแกล้ง พรหมลิขิต ??
 
ที่เอ่ยมาทั้งหมด คงไม่ใช่หรอก
เหมือนที่ลุงว่า "มันเป็นเพราะเรา"
เพราะการกระทำของตัวเราเองสินะ
 
รัก ทั้งๆที่รู้ว่ามันผิด
รู้สึกดี แต่หยุดความรู้สึกไม่ได้
หลบๆซ่อนๆ รู้ว่าเจ็บปวด แต่ก็มีความสุข
และยังอยากจะทำ
 
แต่ไม่อยากให้ถลำไปมากกว่านี้
อย่างที่ลุงว่า "กลัวถอนใจไม่ขึ้น"
กลัวเหมือนกัน !!
 
หลายวันมาแล้ว...
เหมือนเราจะถลำมากลงไปทุกที
ทั้งๆที่ทั้ง2คนบอกจะไม่
 
ฉันนี่บ้าที่สุด
รู้อยู่แก่ใจ แต่ยังไปรู้สึกดีกับเขา
เปิดทางให้เขาอีก
 
เริ่มนึกไม่ค่อยออกว่าเราเริ่มต้นยังไง
แต่ที่จำแม่นคือ ชั้นเองเป็นคนเริ่ม
บ้าเหรอ!!
เริ่มคุยเฉยๆอ่ะ
 
ก็ ปกติ เป็นคน ไม่ค่อยทัน อะไรเลย
ได้ทุกอย่างมาจากประสบการณ์(อันเลวร้าย) ล้วนๆ
ประสบการณ์ที่ผ่านมา (มากมาย) 
เลยสอนให้ ไว้ตัว ไม่ค่อยคุยกับผู้ชาย
ไม่ผูกไมตรีกับใครแบบสนิทๆในสถานที่ทำงาน
ยกเว้นเพื่อนสาวบางคนที่ใจสแกนแล้วว่า
เธอเป็นมิตร !!
 
งานล่าสุด ที่ตกหลุม (พลาง) เข้าไปทำ
คือ งานของเพื่อนรัก ที่ีมันชวน
ด้วยประโยคที่น่าสงสาร ว่ามัน "หาเด็กไม่ได้"
จริงๆคงอยากหางานให้เพื่อนมันทำแหละ 
มันใจดี น่ารักกับเพื่อนคนนี้มาตลอด
และมันคงเห็นว่าฉันคงช่วยอะไรมันได้บ้าง
 
ทำได้ 1 เดือนเต็ม เสร็จสิ้นตามสัญญา
Happy (เกือบๆจะไม่) Ending
Y.Y ร้องไห้ก็บ่อย (ตามแบบฉบับ คนอ่อนแอ อ่อนหัด อย่างฉัน)
กลัวเหลือเกิน กลัวเสียเพื่อนไป เพราะงานนี้
เคยมีปากเสียงกันด้วย 
ฉันเองที่ปากเสีย รู้ตัว "กรุปากหมา" แต่ "กรุรักเมิงมากนะไอเพื่อน"
 
โชคดีที่มิตรภาพระหว่างเรา
หนักแน่นกว่าคำพูดแย่ๆที่มีต่อกันในวันนั้น
ความสัมพันธ์ในแบบฉบับเพื่อนรักของเรา
ก็ยังคงดำเนินต่อไป...
 
(ไม่อยากให้มีวันร้างลา)
 
วันสุดท้ายของการทำงานที่ทุ่มเท
และเต็มที่สุดๆ
ฉันเลยตัดสินใจกับตัวเองว่า
วันสุดท้ายของการทำงานที่นั่น
ฉันจะทำแบบสบายๆใจ
และจะคุยสนุกสนานกับเพื่อนร่วมงานทุกคน
เป็นวันสุดท้ายของการทำงานที่นั่น
 
เพราะฉันตั้งใจแล้วว่า
จะไม่ทำงานลักษณะนี้อีกแล้ว
ไม่ใช่เพราะงานมันไม่ดีอะไรหรอกนะ
แต่เป็นฉันเอง ที่รู้ตัวว่า ไม่เหมาะกับงานแบบนี้ เอาเสียเลย
คงเพราะฉันขี้เกียจมั้ง??? (ถล่มตัวเอง)
ถ้าลุงรู้ ลุงคงว่าเราว่า "อย่าเยอะ" อีกแน่เลย 555+
 
นั่นแหละ !!
คือที่มา ที่ได้มา ของคำว่า "กิ๊ก"
หรือการเป็น "กิ๊ก" คนอื่น ของฉัน
(ช่างน่าภูมิใจเสียเหลือเกิน Y.Y)
ทำงานผ่านมาได้ หนึ่งเดือนเต็มๆ
แทบจะไม่ค่อยได้คุยกัน 
(ต่างคนต่างไม่ค่อยพูด)
ไม่เห็นจะถูกชะตา หรือ เอะใจอะไรเลย
 
จากการที่คุยกันในวันสุดท้าย แบบคุยไม่จบ
หรือ เหมือนจะคุยถูกคอ (คนบ้านเดียวกัน)
ของลุงกับฉัน
 
"ลุง" ที่ว่า เลย จัดการขอเบอร์ฉันจากเพื่อนร่วมงาน
ที่ฉันรู้สึกว่าไม่ค่อยจะจริงใจสักเท่าไหร่
(รู้ทีหลังๆจากที่เขาสารภาพความจริง)
ทีแรก มาบอกว่า ไปแอบเอามาจากเอกสารของเรา
ชิชะ !! มันจะมากเกินไปแล้วนะลุง!!
อย่างนี้ก็รู้หมดอ่ะดิ !!
 
เราคุยกันเรื่อยๆ ในในเดือนต่อมา
หลังจากฉันจบสัญญางานที่นั่น
 
เฮ๊ย!!!!!! นี่เราคุยกันได้เดือนเดียวเองนะ !!
ฉันพาพี่แกมาห้องแล้วเนี่ย อ๊ากกกกก
>.<
 
เราสนิทกันเร็วมาก ว่ามั๊ยลุง
คงเพราะลุงโทรหาเราบ่อยขึ้น
หลังๆมานี่ คุยกันเกือบทุกวัน ทั้งเฟสทั้งโทร ทั้งเจอ
ประมาณ 1-2 สัปดาห์ได้มั้ง
 
แต่พอฉันย้ายมาอยู่ในตัวเมือง
เราก็เจอกันมากขึ้น (3-4 ครั้งได้มั้ง? )
ก็ไปเที่ยวด้วยกันบ้าง
 
ล่าสุด...เลอะเทอะถึงขั้น
พาเขาซ้อนท้ายมอไซค์ไปเที่ยว...
มันจำเป็นอ่ะ
รถอีกคันของน้องเขาสภาพไม่ค่อยดี :-P 
(เรื่องมันยาว แต่มิอาจจะอธิบายได้)
 
ที่คุยกัน...ตอนไปเที่ยว
ณ ที่ๆหนึ่ง ที่มองเห็นเมืองเกือบทั้งเมือง
เห็นฟ้ากว้าง.........สุดตา
เราใกล้ชิดกันมาก เหมือนเป็นแฟนกัน
ฉันนั่งลงข้างๆลุง
ลุงโอบไหล่ฉัน
ให้ฉันเอนหลังลงที่ตัก
ฉันแหงนหน้ามองท้องฟ้า
ฉันเห็นหน้าลุง >.<
เห็นดาวบนท้องฟ้าเยอะมาก 
ฉันบอกว่า ดาวสวยจัง
ลุงตอบกลับมาว่า
"ดาวข้างล่างนี่ก็สวย สวยที่ข้างใน"
ฉันซึ้งใจ จนอยากจะร้องไห้
 
ลุงเล่าเรื่องลูกสาวให้ฟัง
ฉันตั้งใจฟัง
ลุงบอกลูกๆซนมาก
อย่างโน้น อย่างนี้
บอกว่ามีแหวนด้วย
 2 วง แล้ว มีชื่อ ลูกสาว 
บอกว่า ต้องมีอีกวง สวมไว้ในใจ
แล้วก็มองหน้าฉัน
(ใช่ป่าวลุง?? จำไม่ค่อยได้แล้ว)
 
บอกว่า...
รักผู้หญิงสามคน
เรา "เอ๊ะ!!"
ลุงบอก "ก็ ลูกสาวด้วยอีกคนไง"
T^T
 
ลุงจ๋าาาา
อย่าใจดีกับฉันอีกเลย
รู้ไหมฉันมีความสุขมาก
แต่ฉันก็รู้สึกไม่ดีไปด้วยพร้อมๆกัน
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

sad smile

#1 By Sahaphap (27.130.225.219|27.130.225.219) on 2014-03-05 01:34